การริเริ่มส่งธรรมทูตซาเลเซียนมาประเทศไทย เริ่มในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1925 (พ.ศ. 2468) โดยบาทหลวงคานัสเซย์
เจ้าคณะแขวงซาเลเซียนประจำประเทศจีน (ภายหลังได้รับอภิเษกเป็นพระสังฆราชของสังฆมณฑลซิวเจา) ได้เดินทาง
มาประเทศไทยเพื่อสำรวจหาข้อมูลและความเป็นไปได้ในการที่จะให้ธรรมทูตซาเลเซียนได้เข้ามาดำเนินกิจการในประเทศไทย
ในปี ค.ศ. 1926 (พ.ศ. 2469) พระสังฆราชมาธีอาส(ซาเลเซียน) แห่งสังฆมณฑลอัสสัมในอินเดียพร้อมด้วยบาทหลวงคานัสเซย์
ได้นำบาทหลวงปีเอโตร รีกัลโดเน รองอัคราธิการคณะซาเลเซียนเดินทางมาที่กรุงเทพฯ และเข้าพบพระสังฆราช เรอเน แปร์รอส
ประมุขสังฆมณฑลกรุงเทพฯ เพื่อเตรียมการส่งธรรมทูตซาเลเซียนมาประเทศไทยในที่สุดวันที่ 27 สิงหาคม ค.ศ. 1927(พ.ศ. 2470)
คณะธรรมทูตซาเลเซียนชุดแรกประกอบด้วยบาทหลวงยอห์น กาเสตตาและสามเณรยอร์ช ไปน๊อตตี ก็เดินทางจากมาเก๊า
ประเทศจีนมาถึงประเทศไทยและได้พำนักที่วัดบางนกแขวก จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อเตรียมการต้อนรับคณะธรรมทูต
ที่จะเดินทางมาอย่างเป็นทางการ วันที่ 25 ตุลาคม ค.ศ. 1927 ธรรมทูตซาเลเซียนกลุ่มใหญ่จำนวน 18 ท่าน ก็ได้เดินทาง
ทางเรือมาถึงบางนกแขวก ภายใต้การนำของบาทหลวงกาเยตาโน ปาซอตตี (ต่อมาท่านได้รับการอภิเษกเป็นพระสังฆราช
แห่งสังฆมณฑลราชบุรี) และที่บางนกแขวกนี้ก็นับว่าเป็นบ้านแรกของคณะซาเลเซียนในเมืองไทย

จากนั้น ก็มีธรรมทูตอีกหลายชุดเดินทางเข้ามาเพื่อเสริมกำลังจนเป็นที่น่าสังเกตว่า ผู้ใหญ่ของคณะซาเลเซียนให้ความสนใจ
กับเมืองไทยเป็นพิเศษ เพราะในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี ก็ได้มีการส่งธรรมทูตมาเมืองไทยเป็นจำนวนมาก ธรรมทูตซาเลเซียน
ทั้งหมดได้เริ่มเรียนภาษาไทย เรียนรู้ขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมประเพณีไทย และสิ่งอื่นๆ ที่จะช่วยให้เข้าใจประเทศไทย
ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการแพร่ธรรม ท่านเหล่านั้นต้องประสบกับปัญหาเรื่องอาหาร อากาศ และสภาพความเป็นอยู่ที่แตกต่าง
จากประเทศอิตาลีบ้านเกิดอย่างสิ้นเชิง แต่ท่านเหล่านั้นก็ได้ต่อสู้อุปสรรคเหล่านี้ด้วยพลังแห่งความรักในการรับใช้เยาวชน
ตามจิตตารมณ์ของคุณพ่อบอสโก วันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1929 (พ.ศ. 2472) พระสังฆราชแปร์รอสแห่งสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
ได้มอบให้คณะซาเลเซียนดูแลสังฆมณฑลราชบุรี และในวันที่ 30 มิถุนายน ปีเดียวกัน บาทหลวงกาเยตาโน ปาซอตตีได้รับ
การแต่งตั้งให้ปกครองสังฆมณฑลราชบุรีและต่อมาอีก 12 ปี คือในวันที่ 24 มิถุนายน ค.ศ. 1941 (พ.ศ. 2484) ท่านจึงได้รับ
การอภิเษกเป็นพระสังฆราชปกครองสังฆมณฑลราชบุรีอย่างเป็นทางการ เขตการปกครองสังฆมณฑลราชบุรีนั้นเริ่มตั้งแต่
จังหวัดราชบุรี กาญจนบุรีแล้วลงไปจนสุดแดนภาคใต้ คณะซาเลเซียนทำหน้าที่ดูแลกิจการของวัด, โรงเรียน และการอภิบาล
สัตบุรุษของสังฆมณฑล ซึ่งนับว่าเป็นภารกิจที่ท้าทายและยิ่งใหญ่สำหรับธรรมทูตซาเลเซียนในยุคนั้น

คณะธรรมทูตซาเลเซียนที่เข้ามาในเมืองไทยนี้เป็นกลุ่มที่บุกเบิกวางรากฐาน กิจการแพร่ธรรมในประเทศไทย พวกท่าน
ได้อุทิศทั้งชีวิตเพื่ออนาคตที่ดีของเยาวชนไทย และพวกท่านเหล่านี้เกือบทั้งหมดต่างก็ได้สิ้นชีวิตและฝังร่างของท่านไว้ใน
แผ่นดินไทย เพื่อเป็นพยานแห่งรักอันซื่อสัตย์ต่อจิตตารมณ์ซาเลเซียน เป็นเมล็ดพันธุ์ให้คณะซาเลเซียนเจริญรุ่งเรืองสืบต่อไป
หลังจากนั้น ได้มีธรรมทูตซาเลเซียนจากประเทศอิตาลี, เบลเยี่ยม, สเปน, เนเธอร์แลนด์ และฟิลิปปินส์ได้เดินทางมาสมทบ
กับธรรมทูตรุ่นพี่เพื่อสืบสานกิจการแห่งความ รักของคุณพ่อบอสโกต่อบรรดาเยาวชนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เยาวชนที่กำพร้า
ยากจน และถูกทอดทิ้งในประเทศไทยให้ได้รับการอบรม การศึกษา และดูแลให้เป็นคนที่ดี สมบูรณ์และมีคุณภาพทั้งสำหรับ
พระศาสนจักรและประเทศชาติต่อไป ต่อมาเมื่อมี การแยกสังฆมณฑลสุราษฎร์ธานีออกมาเป็นสังฆมณฑลใหม่
ในวันที่ 15 กันยายน ค.ศ. 1969 (พ.ศ. 2512) พระสังฆราชเปโตร คาเร็ตโต ได้ย้ายมาเป็นประมุขสังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี
โดยมอบสังฆมณฑลราชบุรีให้แก่พระสังฆราชโรเบิร์ต รัตน์ บำรุงตระกุล ในวันที่ 8 กันยายน ปีเดียวกัน
และตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา คณะซาเลเซียนก็รับผิดชอบงานแพร่ธรรมของสังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี เริ่มตั้งแต่
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์จนสุดแดนภาคใต้ของประเทศไทย
ปัจจุบันนี้ พระสังฆราชยอแซฟ ประธาน ศรีดารุณศีล เป็นพระสังฆราชซาเลเซียนปกครองสังฆมณฑลแห่งนี้
สืบต่อจากพระสังฆราชไมเกิล ประพนธ์ ชัยเจริญ ผู้สืบอำนาจต่อจากพระสังฆราชเปโตร คาเร็ตโต ซึ่งพระสังฆราช
ทั้งสององค์ได้ถึงแก่กรรมไปแล้ว

ปัจจุบันคณะซาเลเซียนในประเทศไทยได้รับมอบหมายให้ดูแลกิจการของคณะซาเลเซียน ในราชอาณาจักรกัมพูชา
และประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สำหรับกิจการคณะซาเลเซียนในราชอาณาจักรกัมพูชานั้น
บาทหลวงยอห์น วิสเซอร์ อดีตอธิการโรงเรียนดอนบอสโก กรุงเทพฯ ได้เป็นผู้บุกเบิกนำสมาชิกซาเลเซียนเข้า
สู่ประเทศนี้เมื่อปี ค.ศ. 1991 (พ.ศ. 2534) เปิดสอนโรงเรียนอาชีวะดอนบอสโกที่กรุงพนมเปญ, เมืองปอยเปต
และเมืองสีหนุกวิลล์

คณะซาเลเซียนที่ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวนั้น บาทหลวงตีโต เปดรอน ได้รับมอบหมาย
จากคณะซาเลเซียนให้ดำเนินการเจรจากับรัฐบาลประเทศลาวตั้งแต่ปี ค.ศ. 2002 (พ.ศ. 2545) เพื่อจะเปิด
โรงเรียนอาชีวะดอนบอสโก ที่กรุงเวียงจันท์ และขณะนี้ ซาเลเซียนได้เริ่มกิจการเล็กๆ โดยเปิดสอนวิชาชีพช่างยนต์
และช่างไฟฟ้าแก่เยาวชนลาว ณ กรุงเวียงจันท์

สมาชิกคณะซาเลเซียนในประเทศไทยที่ยังมีชีวิต มีจำนวน 91 ท่าน (สถิติ ณ วันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 2009) โดยมี
บาทหลวงยอห์น บอสโก เทพรัตน์ ปิติสันต์ ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะแขวงซาเลเซียนแห่งประเทศไทย